ReadyCheckGo

หลังจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด19 รายใหม่ยังคงพุ่งอย่างต่อเนื่อง ยอดหลักหมื่นเกือบทุกวัน แถมเข้าใกล้ตัวพวกเราทุกคนมาเรื่อยๆ (จนบางคนยังนึกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่า ติดได้ยังไง?) การตรวจโควิดเลยเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกคนต้องรู้และควรเข้าถึงได้ เมื่อมีความเสี่ยงที่ตัวเองจะติด แต่การตรวจโควิด ปี 2564 จะมีกี่แบบ และเลือกแบบไหนดี รวมถึง ถ้าหลังตรวจแล้ว พบว่า ผลตรวจเป็นบวก-ลบ ควรจะทำยังไงต่อไปบ้าง มาดูกัน!

การตรวจโควิด มีกี่แบบ ? อะไรบ้าง ?

ปัจจุบัน การตรวจโควิด หลักๆ มีอยู่ 2 แบบด้วยกัน ได้แก่

1) ตรวจโควิด Rapid Antigen Test

การตรวจหาเชื้อโควิด19 ด้วย Rapid Antigen Test เป็นวิธีตรวจหาเชื้อ covid 19 ด้วยเครื่องมือตรวจพกพาขนาดเล็ก ทุกคนสามารถทำเองได้ที่บ้าน เพียงแค่ Swab โพรงจมูกหรือลำคอผสมกับน้ำยาแล้วหยดลงบนตัวเทสต์แล้วรอผล วิธีนี้ค่อนข้างสะดวก ราคาสบายกระเป๋า และรู้ผลรวดเร็วทันใจใน 10-15 นาที แต่ยังคงเป็นวิธีการตรวจเบื้องต้นแบบคร่าวๆ เพราะผลตรวจที่ได้ไม่แม่นยำเท่า RT-PCR เช่น ถ้าในร่างกายมีเชื้อน้อย ก็อาจแสดงผลเป็นลบ(ไม่ติด)ได้ เป็นต้น ปัจจุบันสามารถใช้ตรวจ เพื่อขอเข้าระบบการรักษาแบบ Home Isolation ได้

2) ตรวจโควิด RT-PCR

วิธีตรวจเชื้อ covid 19 แบบ RT-PCR หรือ Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction คือ วิธีการ ตรวจโควิด ที่จะใช้วิธีคล้ายกันตรง Swab โพรงจมูกหรือลำคอ เพื่อเก็บตัวอย่างเชื้อ แต่จะวัดผลผ่านห้องปฏิบัติการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว และชุดตรวจต้องผ่านมาตรฐานขึ้นทะเบียนกับทาง อย. ได้ผลตรวจที่ละเอียดและแม่นยำกว่า เช่น ดูได้ถึงขั้นเชื้อเป็นหรือเชื้อตาย เป็นต้น ใครที่จะเข้ารักษาในโรงพยาล และยื่นเคลมประกันต้องใช้การตรวจวิธีนี้

ควรเลือกตรวจโควิดแบบไหนดี?

ReadyCheckGo ขอแนะนำว่า 

– หากท่านใดไม่มีอาการ + ยังไม่เจอพฤติการณ์เสี่ยงใดๆ และอยากตรวจเพื่อความมั่นใจเฉยๆ ขอแนะนำให้เลือกตรวจแบบ Rapid Antigen Test ก่อน หากผลเป็นบวกขอแนะนำให้ตรวจโควิดด้วย RT-PCR อีกครั้ง เพื่อผลตรวจที่แม่นยำ

– หากท่านใดเริ่มมีอาการ หรือ มีความเสี่ยง เช่น คนใกล้ตัว/แถวที่พัก/ที่ทำงานติดเชื้อโควิด-19, ไปพื้นที่เสี่ยง เป็นต้น หรือมีความพร้อมด้านการเงิน ขอแนะนำให้ ตรวจโควิด แบบ RT-PCR จะได้ครั้งเดียวจบ 

>> ตรวจโควิด ถึงที่ กับ ReadyCheckGo

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่การตรวจโควิด บริเวณ กรุงเทพ และ ปริมณทล เช่น สมุทรสาคร สมุทรปราการ เป็นต้น ยังคงเข้าถึงยาก เพราะบางโรงพยาบาลเตียงไม่พอจึงไม่อยากรับตรวจ หรืออาจจะต้องรอคิวตรวจนาน

ReadyCheckGo ขอเป็นหนึ่งตัวช่วย ให้คุณเข้าถึง การตรวจโควิดรวดเร็วทันใจ ได้ผลแม่นยำ และสะดวกสบาย แม้อยู่บ้าน ที่ทำงาน หรือโรงงาน ก็สามารถเรียกใช้บริการตรวจนอกสถานที่ของเราได้ ซึ่งข้อดีของเรา คือ …

1.ให้บริการตรวจโควิด ทั้งแบบ Rapid Antigen Test และ RT-PCR 

2. ดำเนินการตรวจ โดยมืออาชีพประสบการณ์สูงทุกขั้นตอน การันตีผลตรวจแม่นยำ

3. ไม่ว่าจะไกล หรือตรวจคนเยอะแค่ไหน เราพร้อมเดินทางไป ทั่วทุกพื้นที่ภายใน กรุงเทพ และ ปริมณทลผู้ใช้บริการทุกคนไม่ต้องลำบากเดินทาง ไม่ต้องรอคิวนาน หรือเสี่ยงติดเชื้อโควิด19 จากการเข้าพื้นที่เสี่ยงอย่าง โรงพยาบาล

4. การตรวจแบบ RT-PCR จะเก็บเชื้อแล้วส่งไปยังห้องแล็บที่ได้มาตรฐานตามที่รัฐกำหนด จากนั้นจะส่งเอกสารผลตรวจถึงมืออีกครั้ง

5. ราคาประหยัด ยิ่งตรวจเยอะยิ่งคุ้ม ค่าใช้จ่ายถูกลงไปอีก พร้อมออกใบรับรองผลการตรวจ และ ออกใบกำกับภาษีได้ (ออก แวท)

6. ยินดีให้คำดูแลตัวเองเพิ่มเติม หลังผลตรวจโควิด-19 ออกแก่ผู้ใช้บริการทุกราย

– ฯลฯ

ตรวจโควิด แล้วเจอผลบวก – ลบ ต้องทำยังไงต่อ?

สิ่งที่คุณต้องทำ เมื่อตรวจ covid 19 ด้วยแบบ Rapid Antigen Test หรือ RT-PCR แล้วเจอผลตรวจเป็นบวก หรือ ผลลบ มีดังนี้

1) กรณีตรวจโควิดเจอผลลบ

– สำหรับท่านที่ ตรวจโควิด ด้วย Rapid Antigen Test แล้วเจอผลลบก็อย่าเพิ่งวางใจ ขอแนะนำให้ตรวจอีกครั้งหลังตรวจรอบแรก ประมาณ 7-14 วัน (ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงควรตรวจซ้ำภายใน 3-5 วัน) เนื่องจากการตรวจด้วยวิธีนี้จะได้ผลที่แม่นยำมากขึ้น หลังมีอาการป่วย 5-7 วัน หรือหลังติดเชื้อ 10-14 วัน โดยที่ระหว่างรอตรวจอีกรอบควรจะสังเกตอาการในแต่ละวันด้วย หากมีอาการป่วยร่วมด้วย ควรตรวจอีกครั้งด้วย RT-PCR

– ท่านที่ ตรวจโควิด ด้วย RT-PCR แล้วเจอผลลบ สามารถวางใจได้ว่า ตัวเองยังไม่ติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็การ์ดอย่าตก ยังคงต้องดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากเชื้ออยู่เสมอ ไม่ว่าจะ การดูแลความสะอาด, เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เป็นต้น เพราะโอกาสติดเชื้อยังคงอยู่รอบตัวทุกคน

2) กรณีตรวจโควิดเจอผลบวก

สำหรับท่านที่ ตรวจโควิด ด้วย Rapid Antigen Test หรือ RT-PCR แล้วเจอผลบวก ควรแจ้งคนรอบตัว แบ่งพื้นที่ภายในบ้าน เพื่อกักตัว และรีบแจ้งหน่วยงานสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือติดต่อสปสช. ทางไลน์ @nhso – โทร 1330 (ขอแนะนำ ให้ติดต่อหน่วยงานหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านจะไวกว่า) จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองผู้ป่วย

– ผู้ป่วยระยะเริ่มต้น (สีเขียว) : จะได้รักษาแบบ Home Isolation จะมีการส่งยาและของที่จำเป็นต่อการรักษาตัวให้ มีการเช็คอาการ กับ แพทย์-พยาบาล ผ่านระบบสื่อสารทางไกล

– ผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการทำ Home Isolation (สีเหลือง) : จะได้รักษาแบบ Community Isolation ได้รับการดูแลในศูนย์พักคอย

– ผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการเปลี่ยนแปลง (สีส้ม) : จะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม เมื่ออยู่ครบ 7-10 วันแล้วจะมีการประเมินอาการอีกครั้ง หากพบว่า เชื้อโควิดหมดก็สามารถกลับบ้านได้

– ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง (สีแดง) : จะถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาลหลัก

สุดท้ายนี้ หากไม่มั่นใจว่า ท่านและคนอื่นๆ ที่ท่านประสงค์จะให้ตรวจโควิดด้วย ควรจะตรวจหาเชื้อด้วยวิธีไหน สามารถติดต่อสอบถาม หรือเรียกใช้บริการ ตรวจโควิดนอกสถานที่ กับ ReadyCheckGo ได้ที่ https://lin.ee/Dqqy3e5 

“ReadyCheckGo น่าเชื่อถือ มืออาชีพ เพราะเป็นเรื่องของสุขภาพและชีวิต”

Scroll to Top