ReadyCheckGo

35

สรุปให้เข้าใจ ยา PrEP และ PEP คืออะไร? ยาต้านไวรัส HIV
และโรคเอดส์ ลดเสี่ยงติดเชื้อได้แค่ไหน ? ราคาเท่าไหร่?

ยาต้านไวรัสเอชไอวี (HIV) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัส HIV สิ่งสำคัญของยาต้านไวรัส HIV คือ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ทั้งก่อนและหลังการสัมผัสเชื้อ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในยุคปัจจุบันก็มีอัตราการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ซึ่งการสวมถุงยางอนามัย และไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่นจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แต่สำหรับกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) นอกจากการสวมถุงอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ปัจจุบันยังมียาต้านไวรัสที่จะช่วยลดความเสี่ยงได้ทั้งก่อนและหลังสัมผัสเชื้อ ได้แก่ ยาเพร็พ (PrEP) และยาเป๊ป (PEP) ลองไปรู้จักประสิทธิภาพของยาทั้ง 2 ชนิดกันค่ะ

 

ยา PrEP คืออะไร?

 

PrEP ป้องกันก่อนเสี่ยง

เพร็พ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) คือ ยาต้านไวรัสที่ใช้ในการป้องกันการติดชื้อเอชไอวี (HIV) ในผู้ที่มีผลเลือดลบ เริ่มใช้เตรียมไว้ก่อนการสัมผัสโรค หรือก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ เพร็พ (PrEP) ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้ จึงยังจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

  1. กินยา PrEP นี้เป็นประจำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง
  2. ตรวจเลือดเพื่อติดตามประสิทธิภาพของยาทุก ๆ 3 เดือน
  3. ไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้ เช่น หนองใน หนองในเทียม หรือชิฟิลิส
  4. เพร็พอาจจะเหมาะกับคุณ หากคุณไม่สามารถใช้ถุงยางอนามัยได้ทุกครั้ง หรือเคยมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือใช้ยาเมื่อมีเพศสัมพันธ์

ยา PEP คืออะไร?

 

PEP เสี่ยงแบบฉุกเฉิน

เป๊ป PEP (Post-Exposure Prophylaxis) คือ ยาต้านไวรัสฉุกเฉิน สำหรับผู้ที่มีผลเลือดลบที่เพิ่งสัมผัสเชื้อ HIV มาไม่เกิน 72 ชั่วโมง เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่า การรับประทาน PEP หลัง 72 ชั่วโมง จะให้ผลได้น้อย หรือไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้เลย ทั้งนี้การรับประทาน PEP ยิ่งเร็วยิ่งให้ผลดี (Every hour counts) และต้องรับประทานวันละ 1-2 ครั้ง เป็นเวลา 28 วันติดต่อกัน และเนื่องจาก PEP ใช้สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV ในการป้องกันการติดเชื้อหลังมีการเสี่ยงเท่านั้น ก่อนเริ่มรับประทานยานี้จึงต้องตรวจเลือดหาเชื้อ HIV ก่อนทุกครั้ง

PrEP กับ PEP แตกต่างกันอย่างไร?

PrEP และ PEP นั้นเป็นยาต้านไวรัสในกลุ่ม Antiretroviral Drugs (ARV) เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันได้การรับรองให้นำมารักษาเชื้อเอชไอวีได้ มีหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อที่แตกต่างกัน รวมถึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคนที่มีผลเลือดลบหรือผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV สรุปคือ

 

  • PrEP คือ ยาป้องกันก่อนการเสี่ยงในการได้รับหรือสัมผัสเชื้อ HIV
  • PEP  คือ ยาฉุกเฉินที่ต้องทานหลังการเสี่ยงการได้รับหรือสัมผัสเชื้อ HIV ภายในเวลา 72 ชั่วโมง รับประทานติดต่อกันนาน 28 วัน

PrEP และ PEP เหมาะกับใคร?

PrEP

  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี (HIV)
  • ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
  • ผู้ที่ทำงานบริการทางเพศ
  • ผู้ที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
  • ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  • ผู้ที่ใช้สารเสพย์ติดชนิดฉีด
  • ผู้ที่รับยา PEP (Post-Exposure Prophylaxis) อยู่เป็นประจำโดยไม่สามารถลดพฤติกรรมเสี่ยงลงได้

ทั้งนี้ผู้ที่จะได้รับยา PrEP จะต้องมีหลักฐานจากการตรวจเลือดว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ณ เวลาที่ได้รับ PrEP รวมทั้งไม่มีประวัติ และอาการที่บ่งชี้ถึงการติดเชื้อเอชไอวีเฉียบพลัน

 

 

PEP

หากผู้ที่เสี่ยงเป็นผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อหรือไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อหรือไม่ ควรรีบติดต่อแพทย์ทันทีภายใน 72 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุการณ์ที่เสี่ยง เช่น

  • อาจได้รับเชื้อระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ถุงยางอนามัยแตกหรือรั่ว
  • มีการใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น
  • กลุ่มที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ทั้งเพศชายและเพศหญิง หรือ

กลุ่มชายรักชาย ที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี (HIV) จากการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก รวมถึงผู้ที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

 

หากสงสัยว่าสัมผัสเชื้อ ไม่แน่ใจในความเสี่ยง ควรรีบปรึกษาจากแพทย์ และเข้ารับการตรวจเลือดทันที

 

จะเริ่มกินยา PrEP และ PEP ต้องทำอย่างไร?

PrEP

ดมีเพศสัมพันธ์ 2 สัปดาห์ก่อนมารับเพร็พ (PrEP) ท่านจะได้รับการตรวจหาเชื้อเอชไอวี การทำงานของตับและไต และหลังจากที่ได้รับยาเพร็พ (PrEP) ครั้งแรกจะนัดตรวจเลือด 1 เดือน หลังจากนั้นนัดตรวจเลือดทุก 3 เดือน หากต้องการหยุดยา ผู้มารับบริการต้องมาตรวจเลือดก่อนหยุดยาเพร็พ (PrEP) ทุกครั้ง

 

PEP

ก่อนที่จะรับยาเป็ป (PEP) แพทย์จะซักประวัติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพิจารณาว่าจำเป็นต้องรับยาเป็ป (PEP) หรือไม่ โดยแพทย์จะสั่งตรวจหาเชื้อเอชไอวี ตรวจไวรัสตับอักเสบบี การทำงานของตับและไตก่อนรับยาเป็ป (PEP) (หากติดเชื้อ HIV อยู่ก่อนแล้ว จะไม่สามารถใช้ยาเป็ป (PEP) ได้) หลังรับประทานยาครบ 28 วัน ตรวจเอชไอวีซ้ำ 1 เดือน และ 3 เดือน งดบริจาคเลือด และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์



PrEP และ PEP กินอย่างไร?

  • กินยา PrEP เป็นประจำทุกวัน วันละ 1 เม็ด แพทย์จะนัดทุก 3 เดือน เพื่อตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และเฝ้าระวังผลข้างเคียงของยา ถ้าไม่มีความเสี่ยงแล้ว สามารถหยุดได้หลังมีความเสี่ยงครั้งสุดท้าย 4 สัปดาห์

กินยา PEP ต้องได้รับทันที ห้ามเกิน 72 ชั่วโมง ทานวันละ 1 เม็ด ติดต่อกัน 28 วัน

stop std medical concept sexually transmitted diseases concept

ยา PrEP ราคาเท่าไหร่?

ราคายาเพร็พ PrEP เริ่มที่ชุดละ 1,000 – 3,200 บาท (1 เดือน 30 เม็ด)

ยา PEP ราคาเท่าไหร่?

ราคายาเป๊ป PEP เริ่มที่ชุดละ 2,500 – 12,000 บาท

ผลข้างเคียงของยา PrEP และ PEP 

  • PrEP  มีอาการคลื่นไส้และน้ำหนักลดหลังได้รับยาในระยะแรก ผลข้างเคียงระยะยาวพบได้น้อย ได้แก่ ผลต่อการทำงานต่อไต 
  • PEP มีผลข้างเคียง เช่น ท้องเสีย ปวดหัว อิดโรย คลื่นไส้ และอาเจียน

ความแตกต่างระหว่างยา PrEP และ PEP

ข้อแตกต่างที่ชัดเจนระหว่าง PrEP และ PEP คือช่วงเวลาในการทานยา เพราะฉะนั้นใครที่ต้องการรับยาควรเข้าปรึกษาแพทย์และทำการตรวจเลือดก่อนรับยาไปทาน เพื่อการป้องกัน HIV อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และหากรับไปแล้วก็ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ได้ค่ะ

ยา PEP และ PrEP สามารถป้องกันได้แค่การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) เท่านั้น ดังนั้น ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ และการใช้ยา PrEP และ PEP อย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อ HIV ได้ค่ะ หากสงสัยว่าสัมผัสเชื้อ หรือไม่แน่ใจในความเสี่ยง ควรรีบปรึกษาจากแพทย์ และเข้ารับการตรวจเลือดทันทีค่ะ

Scroll to Top