ReadyCheckGo

ปัจจุบัน แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รุนแรงจะลดลงแต่ส่วนมากจะเป็นผู้ป่วยกลุ่มที่ไม่แสดงอาการมากนัก อีกทั้งผู้ป่วยใหม่เริ่มมีอาการแสดงที่หลากหลายมากขึ้น แต่โดยส่วนใหญ่อาการแสดงที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 จะเป็นไปในทิศทางที่คล้ายกัน โดยผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถเตรียมความพร้อมรับมือหากติดโควิด-19 ได้ด้วยการเฝ้าระวังและสังเกตตนเองจากอาการดังต่อไปนี้

อาการของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พบบ่อย

อาการเริ่มต้นของโรคโควิด-19 นั้นจะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ โดยทั่วไปอาการจะแสดงหลังได้รับเชื้อมาแล้วภายในระยะเวลา 2-14 วัน แต่โดยเฉลี่ยผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการเหล่านี้หลังได้รับเชื้อแล้วประมาณ 5 วัน

  1. มีไข้สูง ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป และมีอาการของระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น 
  • แสบคอ เจ็บคอ คันคอ 
  • อาการไอ ทั้งแบบมีเสมหะและไม่มีเสมหะ หรือไอแห้ง 
  • จาม คัดจมูก มีน้ำมูกไหล
  • ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
  • บางรายอาจมีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก
  • บางรายสูญเสียการรับรสหรือรับกลิ่น 
  1. มีอาการทางผิวหนัง
    จะสังเกตได้ว่ามีผื่นขึ้นที่เท้าหรือนิ้วเท้า โดยมีลักษณะเฉพาะเป็นตุ่มหรือผื่นแดงลักษณะคล้ายตาข่ายหรือเส้นใยเล็ก ๆ ขึ้นที่เท้า หรือบริเวณผิวหนังส่วนอื่น ๆ มักพบในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่มาก นอกจากนี้ควรสังเกตอาการทางผิวหนังอื่นๆ ร่วมด้วย 
  • มีจุดเลือดออก
  • มีผื่นบวมแดงคล้ายโรคลมพิษบางรายอาจมีลักษณะตุ่มน้ำคล้ายโรคสุกใส
  • อาการเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ร่วมกับอาการไข้ ไอ จาม และระบบทางเดินหายใจอื่นๆ
  1. อาการเกี่ยวกับตา บางได้ในผู้ป่วยรายอาจ เช่น เยื่อบุตาอักเสบหรือบวม ตาแดง น้ำตาไหล ระตายเคืองตา คันตา มีขี้ตามากหรือตาสู้แสงไม่ได้ โดยจะมีอาการร่วมกับความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจด้วย

ใครที่ต้องสังเกตอาการ

  • ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อยืนยัน โดยมีการพูดคุยกันนานตั้งแต่ 5 นาทีขึ้นไปโดยไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย รวมถึงการทานอาหารโดยใช้ภาชนะเดียวกันหรืออยู่ภายในบริเวณห้องปิดไม่มีอากาศถ่ายเทร่วมกันตั้งแต่ 15 นาทีขึ้นไป โดยอาจมีการจามใส่กันโดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย จะต้องกักตัว 14 วัน จะเป็นแบบกักตัวเองที่บ้าน หรือในสถานที่ราชการกำหนด (แล้วแต่กรณี) และเริ่มตรวจโควิด-19 ด้วยตนเองหรือสถานพยาบาล ในกรณีที่ตรวจ ATK แล้วมีผลเป็นลบให้ตรวจซ้ำอีก 2 ครั้งโดยมีระยะเวลาห่างกันในแต่ละครั้งประมาณ 5-7 วัน 
  • ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ที่อาจไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 โดยตรง สามารถทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตปกติได้โดยสวมใส่หน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่แออัดหรือพบปะคนหมู่มาก และหมั่นสังเกตอาการของตัวเองในเบื้องต้น

ระดับของอาการแสดงของโรคโควิด-19

อาการของโรคโควิด-19 เมื่อแบ่งตามความรุนแรงจะมีอยู่ 3 ระดับ คือ อาการเบา อาการปานกลาง และอาการหนัก โดยผู้ป่วยจะมีอาการแสดงดังนี้

  1. อาการเบา หรือมีอาการแสดงที่ไม่รุนแรงมาก ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะพบได้มากที่สุดประมาณ 81% โดยอาการจะ มีไข้ต่ำๆ ประมาณ 37.5 องศาเซลเซียสเป็นส่วนใหญ่ ร่วมกับอาการไอแห้ง อ่อนเพลียหรือท้องเสีย รวมทั้งการรับรู้เกี่ยวกับกลิ่นหรือรสชาติผิดปกติไป บางรายอาจไม่มีอาการไข้ แต่อาจจะมีผื่นขึ้นที่ผิวหนังรวมถึงมีอาการตาแดงด้วยก็ได้
  2. อาการปานกลาง โดยทั่วไปจะมีอาการไข้สูงมากกว่า 37 องศาเซลเซียส มีอาการไออ่อนเพลียและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมถึงอาการแสดงอื่นๆ แต่มีระดับความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะพบอยู่ประมาณ 14%
  3. อาการหนัก กลุ่มผู้ป่วยที่พบได้ประมาณ 5% มีอาการไข้สูงมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป มีอาการไอมากขึ้นรวมถึงมีอาการหอบและเหนื่อยร่วมด้วย หลายรายมักเริ่มมีอาการหายใจลำบาก ทำให้การสูดลมหายใจเข้าออกติดขัด มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง มีอาการสับสน ริมฝีปากอาจมีสีม่วงคล้ำที่เกิดจากการขาดออกซิเจน ซึ่งอันตรายรุนแรงถึงขึ้นเกิดภาวะช็อกได้ 

การดูแลตัวเองเบื้องต้น หากตรวจ ATK แล้วพบเชื้อโควิด-19 

วิธีดูแลอาการเมื่อเป็นโควิด-19 กรณีที่อาการไม่รุนแรง แพทย์วินิจฉัยให้รักษาที่บ้านได้ (Home Isolation) หรือยังอยู่ระหว่างการรอเข้าสู่ระบบการรับบริการทางการแพทย์ สามารถดูแลตนเองได้ ดังนี้

  • แยกกักตัวในห้อง ไม่อยู่ร่วมกับผู้อื่น
  • สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อต้องออกมาพบปะผู้อื่น
  • ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • รับประทานอาหารให้เพียงพอและครบถ้วน โดยแยกของใช้อุปกรณ์และภาชนะต่างๆ และไม่รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ โดยจิบน้ำบ่อยๆ ยกเว้นช่วงก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง
  • นอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน
  • ฝึกหายใจอย่างช้าๆ  ในทุกอิริยาบถ โดยหายใจเข้าทางจมูกให้ลึกและปล่อยลมหายใจออกทางปาก
  • ออกกำลังกายเบาๆ ทุกวันและหากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลายความเครียด
  • แยกขยะและแยกการใช้ห้องน้ำ หากไม่สามารถแยกห้องน้ำได้ให้ใช้ห้องน้ำเป็นคนสุดท้ายและทำความสะอาดทุกครั้ง
  • หากมีอาการแสดงเล็กน้อย สามารถรับประทานยาลดไข้ ยาแก้ไอหรือยาลดน้ำมูกตามอาการ 
  • หากเริ่มมีอาการรุนแรงขึ้น โทร. 1669 หรือ 1668 เพื่อขอรับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน

ในกรณีที่มีอาการรุนแรง เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง สามารถเข้ารับการรักษาโควิด-19 ได้ในโรงพยาบาลตามสิทธิ หรือ UCEP Plus ทั้งในโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนจนกว่าจะหายป่วยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดต่อเพื่อขอรับเตียงที่ สปสช. โทร 1330 กด 14

กรณีตรวจที่คลินิกแล้วพบเชื้อโควิด-19 

หากมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ ReadyCheckGo Clinic ทั้งรูปแบบ RT-PCR และ ATK แล้วพบเชื้อ คลินิกสามารถส่งต่อการรักษาได้ทั้งแบบ Hospitel และ Hotel Isolation โดยรักษาด้วยการทานยารักษาโควิด-19 ตามอาการ หรือยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) และเอกซเรย์ตามดุลพินิจของแพทย์ รวมทั้งมีแพทย์และพยาบาลคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสิ่งที่ต้องเตรียมมาด้วย ได้แก่ 

  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • เบอร์โทรศัพท์
  • ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น
  • เอกสารที่ใช้ ได้แก่ ใบรับรองผล RT-PCR ไม่เกิน 3 วัน หากเป็นผลตรวจ ATK ต้องมาจากโรงพยาบาล/คลินิกที่ทาง สปสช. รับรองเท่านั้น หรือสามารถมาตรวจที่โรงแรมได้โดยมีค่าใช้จ่าย 400 บาท
  • การเดินทาง สามารถเดินทางมาได้ด้วยตนเองหรือให้รถไปรับถึงบ้านโดยคิดค่าใช้จ่ายตามระยะทาง

ReadyCheckGo Clinic บริการตรวจโควิด-19 ทั้งในคลินิกและนอกสถานที่ เก็บตัวอย่างเชื้อและตรวจผลโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีใบรับรองผลการตรวจโควิด-19 ด้วย RT–PCR ออกโดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมถึงบริการตรวจ ATK โดยใช้ชุดตรวจแบบ Professional Use Only ที่ได้รับการรับรองจาก อ.ย. โดยเฉพาะ 

สามารถเดินทางเข้ามาตรวจโควิด-19 ด้วยตนเองได้ทั้งแบบ Walk-In และ Drive-Thru จองคิวล่วงหน้าหรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 081-1349474 

สุดท้ายนี้ หากไม่มั่นใจว่า ท่านและคนอื่นๆ ที่ท่านประสงค์จะให้ตรวจโควิดด้วย ควรจะตรวจหาเชื้อด้วยวิธีไหน สามารถติดต่อสอบถาม หรือเรียกใช้บริการ ตรวจโควิดนอกสถานที่ กับ ReadyCheckGo ได้ที่ https://lin.ee/Dqqy3e5 

“ReadyCheckGo น่าเชื่อถือ มืออาชีพ เพราะเป็นเรื่องของสุขภาพและชีวิต”

Scroll to Top